วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่5




บันทึกอนุทินครั้งที่ 5



วิชาการจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อ.ตฤณ  แจ่มถิน
วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558
เวลาเรียน 09.00-12.20 น


.


กิจกรรมที่ทำวันนี้
     อาจารย์แจกถุงมือ ให้นักศึกษาสวมถุงมือข้างที่ไม่ถนัด จากนั้นก็ให้วาดภาพมือที่ใส่ถุงมือนั้นให้เหมือนที่สุด




การทำกิจกรรมครั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการสังเกตพฤติกรรม  ถ้าเป็นเด็ก 1 คน เราเห็นเด็กทุกวัน แต่ไม่เคยบันทึกพฤติกรรมเด็ก คิดว่าตนจำได้บันทึกเวลาไหนก็ได้ แต่พอจะบันทึกจริงจำไม่ได้ ก็เหมือนมือของเราเราเห็นทุกวัน พอใส่ถุงมือแล้วให้วาดก็ไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้ ในขณะที่วาดจึงพยายาม เทียบกับมือขวา  บางคนก็เอามือที่ใส่ถุงมือไปร่างกับกระดาษ ดูของเพื่อนบ้าง ก็เหมือนกับการสังเกตพฤติกรรมเด็กพิเศษถ้าครูไม่บันทึกทันทีเมื่อเห็นพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมา ครูมาบันทึกทีหลังก็จะใส่ความรู้สึกส่วนตัว  หรือ เทียบกับเด็กคนอื่น ถ้าไม่แน่ใจก็จะถามบุคคลอื่น ซึ่งจำทำให้มีความคลาดเคลื่อนได้


เนื้อหาที่เรียน  วันนี้เรียนเรื่อง การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ
ทักษะของครู
การฝึกเพิ่มเติม เช่น การอบรม สัมมนา
การเข้าใจภาวะปกติ
-เด็กคล้ายคลึงมากกว่าแตกต่าง
-ครูต้องรู้จัก ชื่อเล่น ชื่อจริง นามสกุล ของเด็ก
-มองเด็กเป็นเด็ก
การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า คือ การเข้าใจพัฒนาการเด็กจะช่วยให้ครูมองเก็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคน
ความพร้อมของเด็ก  
-วุฒิภาวะ 
-แรงจูงใจ
-โอกาส
การสอนโดยบังเอิญ ถ้าเด็กเข้าหาครูมากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสสอนมากขึ้นเท่านั้น
การสอนโดยบังเอิญกับกิจกรรมก็สามารถทอดแทรกได้และ ครูต้องมีความสนใจเด็ก มีความรู้สึกดีต่อเด็ก มีอุปกรณ์และกิจกรรมล่อใจเด็ก
อุปกรณ์ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างควรเป็นสื่อที่ไม่แยกเพศเด็กและเป็นสิ่งที่เล่นไม่ตายตัว เช่น บล็อก  เลโก้
ตารางประจำวัน เด็กพิเศษไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำอยู่ประจำกิจกรรมต้องเรียงเป็นลำดับเป็นขั้นตอนและควรคำนึงถึงความเหมาะสมของเวลา 
ทัศนคติของครู
ความยืดหยุ่น  เช่น การแก้แผนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ยอมรับความสามารถของเด็ก ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคนตั้งไว้ไม่สูงจนเกินไป
การใช้สหวิทยาการ
-ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ ฟังหูไว้หูแล้วไปปรับใช้กับเด็ก
-สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน เช่น  การร้องเพลง
การเปลี่ยนพฤติกรรรมและการเรียนรู้
เด็กทุกคนสอนได้ เพราะ ทุกคนมีศักยภาพในตัว
เทคนิคการให้แรงเสริม 
วิธีการแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่
-พูดชมเด็ก การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก พยักหน้า ยิ้ม ฟัง สัมผัสทางกาย ให้ความช่วยเหลือ ร่วมกิจกรรมกับเด็ก
หลักการให้แรงเสริมในเด็กปฐมวัย  
-ครูให้แรงเสริมทันทีเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์
การแนะนำหรือบอกบท
-การย่อยงาน ลำดับความยากง่ายของงาน  
ขั้นตอนการให้แรงเสริม
-สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
-วิเคราะห์งาน กำหนดจุดประสงค์ย่อยงานในแต่ละขั้น
-สอนจากง่ายไปยาก
-ให้แรงเสริมทันทีเมื่อเด็กทำได้
-ให้แรงเสริมเฉพาะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สุด
-ทีละขั้นไม่เร่งรัด ยิ่งขั้นเล็กเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น
-ไม่ดุหรือตี
การกำหนดเวลา 
จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสม
ความต่อเนื่อง
-พฤติกรรมทุกอย่างในชีวิตประจำวันต่อเนื่องกันระหว่างพฤติกรรมย่อยๆหลายๆอย่างรวมกัน เช่น การเข้าห้องน้ำ การหยิบและเก็บของ
-สอนก้าวไปข้างหน้า หรือ ย้อยมาจากข้างหลัง
เช่น เด็กตักซุป  สอนที่ละขั้นตอน คือการสอนไปข้างหน้า
สอนการจับช้อน--การตัก--การระวังไม่ให้น้ำในช้อนหกก่อนจะเข้าปาก--การเอาช้อนและซุปเข้าปาก--การเอาซุปออกจากช้อนเข้าสู่ปาก
เด็กพิเศษชอบการสอนย้อนกลับจากข้างหลังไปข้างหน้า เช่น การดึงเชือกร้องเท้าก่อนแล้วย้อนไปทีละขั้นตอน 
การลดหรือหยุดแรงเสริม
-ครูจะงดแรงเสริมกับเด็กพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
-เอาอุปกรณ์หรือของเล่นออกไปจากเด็ก
-เอาเด็กออกจากการเล่น 
ครูต้องคงเส้นคงวา




  การประเมิน     
 ประเมินตนเอง
  แต่งตัวเรียบร้อย มาสายเล็กน้อย ตั้งใจทำกิจกรรมที่อาจารย์สั่ง ตั้งใจเรียน แอบเสียงดังบ้างเล็กน้อย เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอน 
ประเมินเพื่อน  
เพื่อนแต่งตัวเรียบร้อย บางคนก็มาสาย คุยกันเสียงดังเป็นระยะ อาจารย์ต้องคอยเตือนเสมอ บางส่วนก็ตั้งใจเรียน บางครั้งเพื่อนก็ไม่ค่อยสนใจเรียนอาจเป็นเพราะวันนี้มีเนื้อหามากจึงทำให้เพื่อนเบื่อ แต่เพื่อนทุกคนก็เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอนและตอบคำถามที่อาจารย์ถามได้
ประเมินอาจารย์  อาจารย์แต่งตัวเรียบร้อย ให้ทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่สอน นำเข้าสู่บทเรียนที่น่าสนใจ คอยยกตัวอย่างเกี่ยวกับเด็กพิเศษให้ฟังเสมอ และคอยถามนักศึกษาว่าเข้าใจเนื้อหาหรือไม่ โดยให้นักศึกษาช่วยกันตอบคำถาม อาจารย์มีความอดทนมากเพราะเวลาที่นักศึกษาเสียงดังอาจารย์จะคอยเตือนเสมอ อาจารย์ตั้งใจสอนและอธิบายเนื้อหาได้อย่างเข้าใจ


วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4



บันทึกอนุทินครั้งที่ 4




วิชาการจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อ.ตฤณ  แจ่มถิน
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558
เวลาเรียน 09.00-12.20 น.







ไม่มีการเรียนการสอนค่ะ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

                                                            บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

วิชาการจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อ.ตฤณ  แจ่มถิน
วันพุธที่ 28 มกราคม 2558
เวลาเรียน 09.00-12.20 น.


     กิจกรรมวันนี้

ภาพตัวอย่าง



  ก่อนจะเข้าสู่บทเรียน อาจารย์นำภาพถ่ายดอกกุหลาบสองสี นำมาให้นักศึกษาได้ดูและได้วาด ซึ่งมีคำสั่งให้วาดภาพดอกกุหลาบสองสีให้ออกมาได้เหมือนที่สุดพร้อมระบายสีให้สวยงาม และเขียนลงไปในกระดาษที่วาดว่าเราเห็นอะไรในภาพบ้าง 

มีเนื้อหาดังนี้....
1. ครูไม่ควรวินิจฉัย ให้เป็นหน้าที่ของหมอ เราเป็นครูทำได้เพียงสันนิษฐานแต่ไม่ควรตัดสินว่าเด็กเป็นจริงหรือไม่
2. ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทของเด็ก เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ชื่อเสมือนตราประทับตัวเด็กไปตลอด ถ้าเราเรียกฉายาเด็กเช่น น้องสวย เด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ จะคิดว่าตัวเองสวยและจะเปลี่ยนบุคลิกนั้นไปเลย ตามชื่อของฉายาที่โดนตั้งให้
3. ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ของเด็กว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ บางครั้งมันเป็นสิ่งที่พ่อและแม่เขารู้อยู่แล้ว ครูควรจะมีเทคนิคในการพูดกับผู้ปกครองคือพูดในเชิงบวกว่าน้องทำอะไรได้ แต่แฝงให้ผู้ปกครองได้คิดว่าน้องทำอะไรไม่ได้ เป็นต้น



4. ครูทำอะไรบ้าง สังเกตเด็กอย่างมีระบบ และเขียนบันทึกตามความเป็นจริง
5. การตรวจสอบ เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น และบอกได้ว่าเรื่องใดที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ
ุ6. ข้อควรระวังในการปฏิบัติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากครูต้องไวต่อความรู้สึกและตัดสินใจล่วงหน้าได้ ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้ เนื่องจากพฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฎให้เห็นเสมอไป
7. การบันทึกการสังเกต ประกอบด้วย การนับอย่างง่ายๆ การบันทึกต่อเนื่อง และการบันทึกไม่ต่อเนื่อง

8. การเกิดพฤติกรรมบางอย่างมากเกินไป ควรเอาใจใส่ถึงระดับความมากน้อยของความบกพร่องมากกว่าชนิดองความบกพร่อง และพฤติไม่เหมาะสมที่พบได้ในเด็กทุกคน ไม่ควรจัดเป็นสิ่งผิดปกติ สิ่งบางสิ่งอันไหนผู้ใหญ่ทำได้และเด็กพิเศษทำ ถือว่าปกติ
9. การตัดสินใจ สำคัญมากต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง และการตัดสินพฤติกรรมเด็กที่เกิดขึ้นไปขัดขวางความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือไม่



                   



อาจารย์แจกใบเพลง ในวันนี้ร้องเพลงเดียวคือเพลงฝึกกายบริหาร รอบแรกอาจารย์ร้องให้ฟังก่อนเพื่อเป็นแนวทาง พร้อมกับให้จังหวะ และรอบสองให้ร้องตามทีละท่อนเพื่อจับจังหวะ เสียงต่ำเสียงสูงและรอบต่อๆไปให้ร้องเอง เพื่อเป็นการฝึก



การนำไปประยุกต์ใช้

การสังเกตเด็กจากความเป็นจริงจะเป็นผลดีต่อครู เทคนิคการสังเกต เราไม่ควรแต่งเติม สามารถนำไปสังเกตได้กับเด็กทุกคนทั้งเด็กพิเศษและเด็กปกติ นำเพลงไปร้องให้เด็กฟัง สอนเด็กร้องเพลง ให้เป็นความเคยชินเพื่อจะได้รู้สัญญาณในการทำสิ่งต่างๆ ของกิจกรรมนั้นๆได้


การประเมิน
                                                                                ประเมินตนเอง 
  
มีความตั้งใจวาดภาพและระบายสีดอกกุหลาบสองสีเป็นอย่างมาก  วันนี้ร้องเพลงด้วยความสนุกสนาน 

                                                                                ประเมินเพื่อน 
  มีความตั้งใจในการทำผลงานของตนเอง ทุกคนวาดออกมาสวยงามและเขียนคำบรรยายได้ ดี ภายใต้รูปภาพของตัวเ อง
                                                                               
                                                                               ประเมินอาจารย์
   เข้าสอนตรงเวลา มีกิจกรรมที่น่าสนใจมาให้ทำตลอด เวลาสอนมีการยกตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้น  เป็นตัวของตัวเองดี ชอบคะ

บันทึกอนุทินครั้งที่ 2


บันทึกอนุทินครั้งที่ 2

วิชาการจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อ.ตฤณ  แจ่มถิน
วันพุธที่ 21 มกราคม 2558
เวลาเรียน 09.00-12.20 น.


ความรู้ที่ได้รับ

รูปแบบการจัดการศึกษา ประกอบไปด้วย 4 แบบ

- การศึกษาทั่วไป ( Regular Education ) เด็กปกติทั่วไปเรียนกัน
- การศึกษาพิเศษ ( Special Education ) เด็กพิเศษเรียนเท่านั้น
- การศึกษาแบบเรียนร่วม ( Integrated Education หรือ Maintreaming ) เด็กพิเศษเข้าไปเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป
- การศึกษาแบบเรียนร่วม ( Inclusive Education ) เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปเรียนร่วม

การศึกษาแบบเรียนร่วม ( Integrated Education หรือ Mainstreaming )

     คือสถาบันการศึกษาพิเศษหรือสภาบันเฉพาะทางจะมีการคัดเลือกเด็กเข้าไปเรียนร่วมกับเด็ฏปกติทั่วไป หลักสูตรของโรงเรียนไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเพิ่มแผน (IEP) เฉพาะบุคคล

การศึกษาแบบเรียนร่วมประกอบด้วย 2 ประเภทคือ 

1. การเรียนร่วมบางเวลา (Integration )
     -   เด็กเรียนได้บางเวลา เมื่อโรงเรียนมีกิจกรรม ดนตรี การเคลื่อนไหว และศิลปะ จะนำเด็กเข้าไปเข้าร่วมทำกิจกรรมด้วย การร่วมบางเวลา จะต้องเด็กพิเศษที่มีความพิการในระดับปานกลางถึงระดับมาก จึงไม่อาจเรียนร่วมเต็มเวลาได้
2. การเรียร่วมเต็มเวลา ( Mainstreaming )
    -   การจัดเด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติทั่วไปตลอดเวลา แต่ต้องเป็นเด็กพิเศษที่มีความพิการน้อย โรงเรียนจะไปสามารถเลือกเด็กเองได้ ทางศุนย์การศึกษาพิเศษจะเป็นหรือผู้ปกครองกับตัวเด็กจะเป็นคนเลือกโรงเรียนลงเอง 

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม ( Inclusive Education )

      เด็กพิเศษสามารถเรียนรวมกับเด็กปกติทั่วไปได้ ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา เด็กสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้และดูแลตัวเองได้
** ถ้ามีเด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ ครูควรบอกเด็กทุกคนในห้องเสียก่อน และลักษณะวิธีการบอก ควรบอกในลักษณะที่ถนอมน้ำใจเด็ก อาจจะบอกว่า /เด็กไม่สบาย/ และน้องขี้อาย /พูดไม่เก่ง /และให้เพื่อนๆทุกคนช่วยกันดูแลน้องด้วย 
** ห้ามให้เด็กในห้องนำเอาจุดด้อยของเด็กมาล้อเลียนเด็ดขาด
** กิจกรรมไม่ควรยากจนเกินไป และไม่ง่ายจนเกินไป


ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม ( ทั่วโลก )

การศึกษาแบบเรียนรวมเป็นการศึกของเด็กทุกคน
ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานอนุบาล
อย่าลืมว่าเด็กทุกคนมีความแตกต่างกัน
ครูจึงต้องจัดการศึกษาที่แตกต่างและเหมาะกับทุกคน

ความสำคัญของการศึกษาแบบเรียนรวม

        เด็กปฐมวัย เป็นวัยทองแห่งการเรียนรู้ เพราะเป็นวัยที่สอนได้ง่าย และสามารถปรับพฤติกรรมเด็กได้ง่าย เด็กในช่วงวัยแรกเกิด - 7 ปี พัฒนาการทางด้านสมอง และเส้นประสาทกำลังขยายออก ครูจึงต้องพัฒนาให้เด็กได้รับโอกาศในการเรียนรู็ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา

 การร้องเพลง    ( ผู้แต่ง อ. ศรีนวล รัตนสุวรรณ)

เพลง อาบน้ำ

อาบน้ามซู่ซ่า ล้างหน้าล้างตา
ฟอกสบู่ถูตัว   ชำระเหลื่อไคล
ราดน้ำให้ทั่ว   เสร๊จแล้วเช็ดตัว
อย่าให้ขุ่นมัว   สุขกายสบายใจ

เพลง แปรงฟัน

ตื่นเช้าเราแปรง
กินอาหารแล้วเราแปรงฟัน
ก่อนนอนเราแปรงฟัน
ฟันสะอาดขาวเป็นเงาาม
แปรงฟันที่ถูกวิธี ดูซิต้องแปรงขึ้นลง
แปรงฟันที่ถูกวิธี  ดูซิต้องเปรงขึ้นลง

เพลง พี่น้องกัน

บ้านของฉันอยู่ด้วยกันมากหลาย
พ่อ แม่ ปู่ ย่า ลุง ป้า ตา ยาย
มีทั้งน้า อา พี่และน้องมากมาย
ทุกคนสุขสบาย เราเป็นพี่น้องกัน

เพลง มาโรงเรียน

เรามาโรงเรียน เราเขียนเราอ่าน
ครูเล่านิทานสนุกถูกใจ
เราเรียนเราเล่น เราเป็นสุขใจ
ร่าเริงแจ่มใสเมื่อมาโรงเรียน







นำความรู้ไปใช้
   
 อันดับแรกในเรื่องของเพลงที่อาจารย์สอน มีความสนุก และได้ทักษะในการร้องเพลงมากขึ้น ในเรื่องเนื้อหาที่เรียนในวันนี้ ก็ได้รู้ในเรื่องของรายวิชาที่ได้เรียนมา ได้รู้ถึงความหมาย ความสำคัญ และสิ่งที่ต้องจดจำ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้สอนกับเด็กในอนาคตได้เป็นอย่างมากค่ะ

ประเมิน

                                                                       ประเมินตนเอง 

 ในวันนี้บรรยากาศในห้องเรียนเป็นกันเองและอบอุ่นมากเพราะมีเพื่อนกลุ่มภาคค่ำมาเรียนร่วมด้วยหลายคนจึงอาจจะมีเสียงดังเป็นบางครั้ง รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เรียนกับอาจารย์เบียร์ค่ะ วันนี้มีการจดบันทึกเพิ่มเติมจากเอกกสารการเรียน และมีการร้องเพลงร่วมกัน

                                                                        ประเมินเพื่อน 

 เพื่อนทุกคนน่ารักมากค่ะ เพราะเพื่อนทุกคนตั้งใจเรียนและ ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน การแต่งกายเพื่อนทุกคนแต่งกายมาพร้อมเพรียงกัน และเพื่อนๆ ร่วมกันตอบคำถามที่อาจารย์ถาม เป็ฯการเรียนที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมาก

                                                                        ประเมินอาจารย์
 อาจารย์น่ารัก และอาจารย์เข้าสอนตรงเวลามากค่ะ บรรยากาศในการเรียนทุกครั้งมีแต่ความสุข เมื่อได้ฟังอาจารย์พูด และสนทนากับนักศึกษา อาจารย์มีเทคนิคการสอนที่น่ารัก และดึดดูดน่าสนใจค่ะ  


บันทึกอนุทินครั้งที่ 1


บันทึกอนุทินครั้งที่1


วิชาการจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อ.ตฤณ  แจ่มถิน
วันพุธที่ 14 มกราคม 2558
 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.

 ความรู้ที่ได้รับ
       -  วันนี้อาจารย์ได้เล่าประสบการณ์การไปเข้าค่ายของพี่ปี 4 ที่จังหวัดบุรีรัมย์  ได้รับรู้ถึงประสบการณ์ที่หลากหลายมีหลากหลายอารมณ์ ของพีๆและอาจารย์   ดิฉันคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี  ถ้ามีโอกาศดิฉันอยากจะให้อาจารย์จัดโครงการนำนักศึกษารุ่นดิฉันไปบ้าง  อยากไปหาประสบการณ์ตรงในสถาการณ์จริง  แต่คงเป็นไปได้ค่อยข้างยากเพราะรุ่นเรามีจำนวนมาก 
       -  อาจารย์ได้เฉลยข้อสอบปลายภาค อธิบายในแต่ละข้อว่า มีใครถูกและผิดตรงไหน  จะได้อธิบายข้อที่เราอาจเข้าใจผิด  จะได้เข้าใจตรงกันว่า คำตอบที่ถูกต้องคืออะไร  ดิฉันคิดว่าการที่อาจารย์นำข้อสอบมาเฉลย เป็นสิ่งที่ดีต่อนักศึกษาเป็นการตรวจเช็ค และเป็นการรื้อฟื้นความจำจากที่เราสอบไปแล้วนำมาทบทวนและสามารถนำไปต่อยอดได้

กิจกรรม
       -  อาจารย์ให้ทำใบงานประเมินความรู้เดิมที่ได้เรียนมาจากเทอมที่แล้ว ในรายวิชา การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ  เพื่อเป็นการตรวจเช็คว่าเรามีความรู้เดิมมากแค่ไหน  ยังจำได้อีกไหมจากที่เรียนมาทั้งหมด  อีกอย่างอาจารย์จะได้เพิ่มเติมหรือทบทวนความรู้ให้แก่นักศึกษาได้ถูกวิธี 
       -  อาจารย์ได้สอนเพลงที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย  มีทั้งหมด 5 เพลง
                         1.เพลงนม                      4.เพลงพี่น้อง
                         2.เพลงอาบน้ำ                5.เพลงมาโรงเรียน
                         3.เพลงแปรงฟัน
    แต่วันนี้อาจารย์ เลือกร้องเพลงที่ร้องยากที่สุด หนึ่งในห้าเพลงนี้คือ เพลงนม 
เพลงนม
นมเป็นอาหารดี  มีคุณค่าต่อร่างกาย
ดื่มแล้วชื่นใจ  ร่างกายแข็งแรง
ยังมีนมถั่วเหลือง  ดื่มได้ดีและไม่แพง
ดื่มแล้วชื่นใจ  ร่างกายแข็งแรง
ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ   แจ่มถิน


การนำความรู้ไปใช้
     
          การฝึกร้องเพลงบ่อยๆ ทำให้เราจำเนื้อร้องได้และร้องถูกจังหวะทำนองของเพลง  เพราะการร้องเพลงสำหรับเด็กปฐมวัยสามารถบูรณาการได้หลากหลาย  นำไปใช้ได้ในทุกกิจกรรม  เพลงสามารถช่วยในการบำบัดเด้กพิเศษได้อีกด้วย 

การประเมินผล

ประเมินตนเอง
           
            วันนี้มาเรียนตรงเวลา  ตั้งใจเรียน  มีการพูดคุยกับเพื่อนๆบ้าง
ประเมินเพื่อน
            
            การเรียนการสอนและการทำกิจกรรมในวันนี้มีความสนุกสนานมากค่ะ เพื่อนตั้งใจเรียน  ช่วยกันตอบคำถาม  ทำกิจกรรมร่วมัน  บรรยากาศในห้องเรียนก็ดีขึ้น
ประเมินอาจารย์
            อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย  มีเทคนิคการสอนที่ดีเข้าใจ  ทั้งครูและอาจารย์มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนร่วมกัน เช่น ในการร้องเพลงสำหรับเด็กปฐมวัย